เจ้าอาวาส

พระอธิการพวง ฐานวโร
อดีตเจ้าอาวาสวัดน้ำพุสามัคคี
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 22/08/2012
ปรับปรุง 25/06/2018
สถิติผู้เข้าชม 814913
Page Views 1335324
ทำเนียบพระสงฆ์
ชื่อ/ฉายา : หลวงพ่อกาหลง
ตำแหน่ง : รองเจ้าอาวาส วัดน้ำพุสามัคคี
อายุ : 0 พรรษา 0
เบอร์โทรศัพท์ :
อีเมล์ :
อื่นๆ :

อัตตะโนประวัติโดยย่อ   หลวงปู่กาหลง อสโภ  พระเมตตาสูง   แห่งเทือกเขารัง

หลวงปู่กาหลง อสโภ  วัดน้ำพุสามัคคี  ต.พุทธบาท  อ.ชนแดน  จ.เพชรบูรณ์  ลูกศิษย์ลูกหามักเรียกขานท่านว่า  หลวงปู่กาหลง    แก้วสารพัดนึก    พระเถราจารย์หนึ่งเดียวที่ลูกศิษย์ลูกหา มาบอก มาขออะไร  ถ้าหลวงปู่กาหลง  ท่านบอก เออ ๆ ...ได้ คนๆ นั้น ก็จมได้ตามที่มาขอ !

หลวงปู่กาหลง   เกิด วันจันทร์  ที่ 4 กรกฎาคม  พ.ศ. 2481  ปีขาล  สิริอายุ  78  ปี

ชาติภูมิของหลวงปู่กาหลง  ท่านเกิดในสกุล เหลี่ยมโม  เกิดที่บ้านท่านั่ง  ม.4  ตำบลท่านั่ง อำเภอโพธิ์ทะเล  จังหวัดพิจิตร  เป็นชาวเมืองพิจิตรถิ่นชาละวันโดยกำเนิด   โยมบิดา ชื่อ นายขำ  เหลี่ยมโม  โยมมารดาชื่อ นางสำลี เหลี่ยมโม  มีพี่น้องร่วมอุทร 4 คน  1.  นางฉลวย  2. หลวงปู่กาหลง 3.นางกิมเหล่ง 4. นายณรงค์   พี่น้องทั้งหมดได้เสียชีวิตหมดแล้ว  มีหลวงปู่กาหลง ที่เหลืออยู่ เพียงองค์เดียว

มีเรื่องเล่าตอนที่ท่านถือกำเนิด  โยมแม่ท่านเล่าว่า  ตอนที่ตั้งครรภ์นั้น ได้ฝันประหลาด  มีชายชราร่างกายผอมสูง มีหนวดมีเครายาวสีขาว นุ่งผ้าสีขาว คาดลายเสือ  คล้ายกับ ฤษี  ได้ยิ้มให้  พร้อมกับมอบลูกแก้วให้ 1 ใบ แล้วหายวับไป  ไม่นานโยมแม่ได้คลอดลูกออกมาเป็นเด็กชาย  วันที่คลอดนั้น  มีกลิ่นหอมฟุ้งไปหมด  ได้ให้ชื่อว่า กาหลง

เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้เข้า โรงเรียนวัดบ้านท่านั่ง  เรียนจนจบชั้น ป.4  จึงได้ออกมาช่วยบิดามารดา ทำนา  เด็กชายกาหลง เป็นเด็กที่ขยันหมั่นเพียรและ กตัญญูรู้คุณ   งานหนัก งานน้อย ไม่เคยเกี่ยงงอน   ขอเพียงหวังว่า  จะช่วยแบ่งเบาความเหนื่อยแทนพ่อแทนแม่  ได้ เด็กชายกาหลงทำหมด  จึงเป็นที่รักของพ่อแม่พี่น้องและคนที่พบเห็น

เมื่ออายุครบบวช  ในปี พ.ศ 2500 ได้ทำพิธีอุปสมบทที่ วัดบางคลานใต้   จ.พิจิตร  มี พระอุปัชฌาย์เชื้อ  จันทสโร เป็นผู้บวชให้  หลังจากบวชแล้ว  ได้มาศึกษาธรรมบาลี  ที่วัดแสงสวรรค์  อ.ชุมแสง  จ.นครสวรรค์   ได้นักธรรมชั้นตรี   หลังจากศึกษาบาลีจนถ่องแท้  แตกฉาน  ศึกษาพระไตรปิฎกต่างๆ จนแม่นยำ  เห็นว่า  เป็นของไม่ยาก และ ไม่ง่าย  จากนั้นจึงได้เดินทางมาอยู่วัดบางคลานใต้อีกครั้ง   ขออยู่กับกับหลวงพ่อเชื้อ  พระอุปัชฌาจารย์   ที่วัดบางคลานใต้   หลวงพ่อเชื้อ  ท่านเป็นพระแปลก  ไม่เคยสอนอะไรใคร  ในยุคนั้น ใครอยากได้ของดี  ต้องครูพักลักจำเอาเอง   เวลาท่านหลวงพ่อเชื้อท่าน นั่งกรรมฐาน  ฝึกกสิน  เดินจงกรม  ไปดูเอาตอนนั้น  เวลาท่านสวดมนต์ต่างๆ ก็จำ ๆ  เอาไว้  เมื่อกลับมาศึกษา หาก  ติดขัดตรงไหน  หลวงพ่อเชื้อท่านจะโผล่มาบอกเอง  ติดตรงนี้นะ  ตรงโน้นนะ  ให้ลองใหม่   มาแบบไม่รู้ทิศ  ไม่รู้ทาง  เมื่อฝึกฝนได้ระยะหนึ่ง ท่านบอกว่า วิชาทั้งหลายนี้เป็นของหลวงพ่อเงิน  ท่านมาสอนในนิมิต  ท่านไม่อยากให้สูญหายไป   อาตมาเรียนรู้แบบ งูๆ ปลาๆ  เมื่อเรียนแล้ว รู้แล้ว  ไม่รู้ว่า  หัวไวตั้งแต่เด็ก  ก็ไม่ทราบได้  หลวงพ่อเชื้อท่านได้ แนะนำต่อกับหลวงพ่อเปรื่อง   ให้รับศิษย์ฉันไว้   ให้ไปต่อวิชากับ  หลวงพ่อเปรื่อง  วัดบางคลาน  อีกที ท่านว่า เอากระบุงไปใส่เลยนะ  เมื่อได้มาหมดแล้ว  ต่อไปภายหน้า เพชรพิจิตรเมืองชาละวัน ได้เพชรที่เจียระไน แล้ว   หลวงพ่อเชื้อ  วัดบางคลานใต้  กับ หลวงพ่อเปรื่อง  วัดบางคลาน   ท่านเป็นสหธรรมิกกัน  มีอะไร  ไปมาหาสู่กันอยู่เนืองๆ   หลวงพ่อเชื้อ ท่านเป็นพระอริยะสงฆ์ที่มากด้วยบุญญทธิ์   หลวงพ่อเปรื่อง  ท่านเป็นพระอภิญญา  เมื่อมาอยู่วัดบางคลาน  หลวงพ่อเปรื่อง  ท่านก็ทดสอบ วิปัสสนา  กรรมฐาน  บาลี ท่านสอบจิต สอบใจ ทุกทาง  เอาว่า เมื่อจิตสุขใจ  ใจสว่าง  ถึงจะพร้อมสอนให้  อยู่กับหลวงพ่อเปรื่อง  ได้สักระยะ    ท่านจึงเรียกมาเรียนวิทยาคมต่างๆ  ท่านสอนให้หมดทุกด้าน  ตามสายวิชาของหลวงพ่อเงิน  เมื่อถ่ายทอดให้แล้ว  เห็นว่า  รุดหน้าดี  หมั่นฝึกฝน  ต่อไปจะเป็นเพชรน้ำเอก  หลวงพ่อเปรื่อง ท่านพูดมาว่า   สมแล้วกับเป็นแก้วฤษี    พระกาหลง ได้ร่ำเรียนพระเวทวิทยาคมอย่างเต็มที่  จากนั้นอายุท่านถึงคราวที่ต้องรับใช้ชาติ  จึงได้ออกมาเป็นทหารรับใช้ชาติบ้านเมือง 

เมืองเพชรบูรณ์  มีเพชรเม็ดงาม อยู่มากมาย  ล้วนเป็นพระสายอภิญญา  จากที่ต่างๆ  มาพำนักจำวัด ปฏิบัติธรรม  เป็นส่วน.ใหญ่  พระอริยะเจ้าบางองค์ท่านก็เป็นคนพื้นแพ  บางองค์ก็ธุดงค์วัตรมาจากที่อื่น  เพราะที่เพชรบูรณ์เป็นสถานที่ สงบ สงัด เหมาะต่อการปฏิบัติพระกรรมฐาน และ ในสมัยก่อนโน้น เป็นที่ทดสอบกำลังใจของพระที่ต้องการหลุดพ้น  ไม่กลัวตาย  ยอมตายคาผ้าเหลืองได้ เพราะ  เจอทั้งผีเฮี้ยน  เจ้าที่ดุ  เสือสมิง นักเลงปืนใหญ่  และคนเพชรบูรณ์ก็มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมากโข  ทำให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองตั้งแต่สมัยพ่อขุนผาเมือง  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเพชรบูรณ์  คือ  พระพุทธมหาธรรมราชา ชาวเมืองเพชรบูรณ์ให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุด พระพระเกจิที่โด่งดังมากๆ คือ หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน และ หลวงปู่พวง วัดน้ำพุสามัคคี ท่านเป็นศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงพ่อทบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500    พระเถราจารย์ ทั้ง ๒ รูป  มรณภาพแล้วทั้งคู่  แต่ ! สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย เป็นที่เคารพกราบไหว้ของชาวเพชรบูรณ์อย่างแท้จริง 

หลวงปู่กาหลง อสโภ  พระเถระที่มีดวงตาเห็นธรรม สมญานาม   หลวงปู่กาหลงแก้วสารพัดนึก  หรือ  หลวงปู่กาหลง แก้วฤษี    แม้จะเข้าสู่วัยชรา อายุ  78 ปี แล้ว  ร่างกายก็ยังแข็งแรง  รุ่งเช้า  ยามเย็น  เข้าหอสวดมนต์ มิได้ขาด  สร้างความเพียร  สร้างบารมีมาตลอด หลายสิบปี    ต่อจากตอนที่ ๑  เล่มที่แล้ว   หลังจาก ที่หลวงปู่กาหลง  ท่านได้ร่ำเรียนวิชาอาคม พระกรรมฐาน พระบาลี  จาก หลวงพ่อเชื้อ วัดบางคลานใต้  และ  หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน  จนสำเร็จธาตุ และ ธรรม จนสิ้นแล้ว   หลวงพ่อเชื้อ และ หลวงพ่อเปรื่อง  สายวิชาของหลวงพ่อเงิน  วัดบางคลานสุดโด่งดังแห่งเมืองพิจิตร ถิ่นชาละวัน  ทั้งหลวงพ่อเชื้อ และ หลวงพ่อเปรื่องท่านก็ดีอกชกใจว่า     อาตมาทั้งสอง  โชคดีแล้ว ที่ได้พระกาหลง  สืบสายเก็บวิชาไว้ได้หมด  ต่อไปภายหน้า  คนจะได้มีที่พึ่ง      หลวงปู่กาหลง  หลังจากที่เรียนสำเร็จธรรมแล้ว   มีเหตุอันต้องลาสึกขาบท เพราะท่านมีอายุครบ ต้องเข้ารับราชการทหาร  ท่านจึงได้ลาสิกขา  ได้รับราชการทหารเป็นเวลา 1 ปี  8 เดือน  ได้รับการติดยศ  สิบตรี  ระหว่างที่เป็นทหารนั้น ท่านได้ออกรบกับกับโจรกะเหรี่ยงที่อำเภอแม่สอด  กองร้อยของท่านรอดกันทุกนาย  เพราะก่อนออกรบ  หลวงปู่กาหลง ท่านจะใช้วิชากำบังตาให้กองร้อยของท่าน  ให้ฆ่าศึกมองไม่ออก  สามารถรบชนะทุกครั้งไป  จึงได้รอดมากันหมด  ช่วยปกป้องประเทศได้ได้อย่างปลอดภัย  หลังจากนั้นได้ออกจากทหาร  ก็มาทำการค้าขายวิ่งรถส่งของ   ได้พบกับนางแตงอ่อน ที่ปะคันนาแก อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์  จึงได้แต่งงานอยู่กิน  ต่อมาไม่นาน นางแตงอ่อนได้ เสียชีวิต ลูกก็ไม่มี  จึงได้หมดห่วงในชีวิต  จึงอยากออกบวชอีกครั้ง  เหมือนชะตากำหนดไว้เบื้องบน  ท่านได้เดินทางมายังอำเภอชนแดน  จังหวัดเพชรบูรณ์  คิดอ่านว่า จะหาที่สงบ สงัด   ออกบวช  เพื่อปฏิบัติธรรม เงียบๆ  จึงได้มาพบกับ หลวงปู่พวง วัดน้ำพุสามัคคี

หลวงปู่พวง  พระที่คนทั้งอำเภอชนแดนกราบไหว้ศรัทธารองจากหลวงพ่อทบ  วัดพระพุทธบาทชนแดน  เพราะหลวงปู่พวง พระอภิญญา อิทธอิฤทธิ์เยอะ  บารมีสูง  จนเป็นที่กล่าวขาน  ทหารขับ ฮอ.ตรวจการบนเทือกเขารัง  พบเจอพระชรานั่งขดสมาธิอยู่เหนือก้อนเมฆ  ตลึง !! ลงจอดเครื่องบินตามหาตัว เจออยู่วัดน้ำพุสามัคคีนี่เอง   ชาวบ้านน้ำพุขนานนามท่าน พระวาจาสิทธิ์ พูดบอกอะไรใคร  เป็นต้องตามปากว่า  ทุกครั้งจริงๆ   นี่แหละเขาว่า ทองแท้ๆ   ที่คนขึ้นกันทั้งบาง    หลวงปู่กาหลงก่อนที่จะบวช   เหมือนโชคดี   ได้เจอครูบาอาจารย์ตัวจริง  อีก 1 รูป  บังเกิดศรัทธาในตัวของหลวงปู่พวงเป็นล้นพ้น   หลวงปู่กาหลงจึงได้เข้ามาทดสอบด้วยตัวเอง  ขอมานอนบนศาลาวัดน้ำพุสามัคคี   ตกดึก   เห็นแสงสว่างลอดผ่านช่องประตูกุฏิหลวงปู่พวง   จึงเดินเข้าไปดู  เห็นหลวงปู่พวง ท่านนั่งเจริญสมาธิร่างกายไม่ไหวติง  แต่รอบๆกาย  มีรัศมีแปล่งออกมา  สักพักหลวงปู่พวง  ท่านกระแอมออกมา  แสงก็ค่อยๆ จางหายไป    หลวงปู่กาหลง   ท่านก็ทดสอบอีก  ได้ขอให้หลวงปู่พวง  ช่วยทำนายทายทักเรื่องแต่หนหลังของหลวงปู่กาหลง   หลวงปู่พวง ท่านก็เล่าเป็นเรื่องเป็นราว  เป็นฉากเป็นตอน  ได้อย่างถูกต้อง   ยิ่งทำให้ความศรัทธาที่มีอยู่เดิม กลับทวีมากขึ้นเรื่อยๆ    ในแต่ละวัน  จะมีคนมากราบ   มาถาม  มาขอของดี  จากหลวงปู่พวง  ไม่ขาดสาย  เรื่องของวาจาสิทธิ์นั้น หลวงปู่พวง ท่านพูดอะไร ก็มักจะเป็นไปตามนั้น  สังเกตคนที่มาหาหลวงปู่พวง  แต่ละคน  ต่างออกปากตรงกัน ว่า หลวงปู่พวงท่านวาจาสิทธิ์ของแท้   หลวงปู่กาหลง  เห็นว่าได้ครูดีมาถึง 2 องค์แล้ว  องค์ที่ 3 นี้  ท่านดีเหลือแสน  จึงได้ขอหลวงปู่พวง   ให้รับเป็นศิษย์อีกซักคน  กำลังคิดบวช  อยากอยู่ด้วย   หลวงปู่พวง ท่านเห็นแววว่า   ท่านพูดมาคำ    แก้วดี     หลวงปู่พวง  ท่านกล่าวกับ ผู้นำหมู่บ้านว่า  ให้เขาบวช แล้วมาอยู่กับหลวงพ่อ  หลวงพ่อจะเติมสิ่งที่ขาดให้เขาเต็ม    

บวชครั้งที่ ๒  เมื่อ อายุ 61  ที่ วัดศิริรัตน์   ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์   วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542  มีพระอุปัชฌาย์ที่  พระครูบริรักษ์ชนเขต  พระกรรมวาจาจารย์  พระบรรจบ ปัญญาวิโร    พระอนุสาวนาจารย์ พระสมเกียรติ ติกตปัญโญ   ได้รับฉายาว่า  อสโภ   จากนั้นก็ได้มาจำวัดอยู่ที่วัดน้ำพุสามัคคี  หลวงปู่พวง  ท่านเซ็นรับเข้าวัด   วันแรกได้ออกบิณฑบาตรกับหลวงปู่พวง  วันแรกของการโปรดญาติโยม  ช่วงขากลับ  ฝนดันตก  ขากลับวัด  ถึงกลับแปลกใจ หลวงปู่พวง  จีวรท่านกลับไม่เปียกฝนซักกะเม็ด  ส่วนหลวงปู่กาหลง เปียกมะลอกมะแลก  จึงได้สอบถามทวนความได้ เรื่อง  หลวงปู่พวง ท่านบอกว่า  เทวดาเขาไม่อยากให้เปียก  เขาสงสารพระแก่    หลวงปู่กาหลง  ท่านก็ลองบ้าง  พอรุ่งเช้าอีกวัน  ฝนมาอีกแล้ว  ท่านก็ท่องคาถาไล่ฝน  ปัดฝน  ก่อนออกบิณฑบาต ปรากฏว่า ตลอดทางไม่มีฝนตกเลย  ตกข้างทางบ้าง  และพัดไปตกที่อื่นหมด   พอกลับถึงวัด  หลวงปู่พวง ท่านหัวเร่อใหญ่ ท่านว่า    ท่านนี่ก็ไม่เบานะ ปัดซะหมดเลย เทวดาท่านหัวร่อใหญ่     หลวงปู่พวง เห็นว่า  มีครูดีสอนมา  จึงได้ให้มาต่อวิชาที่ท่านเรียนไว้ทั้งหมด  เพื่อนำไปฝึกฝน  เพื่อว่า ภายหน้า  จะได้ช่วยเหลือคน

ตลอดเวลาที่อยู่วัดน้ำพุสามัคคี  หลวงปู่กาหลง ท่านมักจะฝันเห็นฤษี ตนหนึ่ง มาในนิมิต  แล้วยิ้มให้  บางครั้งก็สอนสวดมนต์ สอนทำโน้น  ทำนี่  รุ่งขึ้นเดินไปเดินมา  มาเห็นศาลเจ้าพ่อเสือ ในวัดน้ำพุสามัคคี  ปรากฏว่า ลักษณะคล้ายกับที่ฝันไว้  จึงได้สอบถามกับหลวงปู่พวง  ท่านบอกว่า    ปู่เสือ  ท่านมาขอให้สร้างศาลเจ้าพ่อเสือให้หน่อย  อยากให้สร้างศาลไว้ที่นี่  เดี๋ยวภายหน้าจะมีลูกมาขออยู่กับหลวงพ่อ      หลวงปู่พวง ท่านจึงสร้างศาลไว้ให้ภายในวัด    ใครต่อใคร  ทดลอง  มาบนบาลศาลกล่าว สำเร็จทุกรายไป   เจ้าพ่อเสือองค์นี้ฤทธิ์แรง   เป็นฤษีแปลงกาย  มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง  มีตบะมายาวนาน   แปลงกายได้หลายรูปแบบ  จิตใจดี  ชอบช่วยเหลือ    บางครั้งความรู้ที่หลวงปู่พวง ท่านติดขัด ก็ได้ปู่ฤษี  ท่านช่วยแก้ไข   เรื่องความรู้ต่างๆ ทุกด้าน  ปู่ฤษีท่านรู้เห็นหมด  เคยมีคนคิดลองดีกับหลวงปู่พวง  ปู่ฤษีท่านมาบอกว่า  ไม่ต้องทำอะไร  เดี๋ยวเราเป่าทีเดียว กลับไปไม่เป็นท่า   ด้วยเหตุนี้  ใครต่อใคร ต่างก็กล่าวว่า หลวงปู่พวง องค์นี้มีอะไรดี  ทำอะไรไม่เคยได้  ก็เพราะบารมีที่ท่านสั่งสมมา เทวดาต่างๆ ปู่ฤษี ท่านก็คอยช่วย  ไม่ให้ใครมากล้ำกราย  บัดนี้หลวงปู่พวง ท่านสิ้นแล้ว  ร่างกายไม่เน่าไม่เปื่อย  หลวงปู่กาหลง ท่านเป็นผู้ดูแลวัด น้ำพุสามัคคี ต่อมา ปู่ฤษี ท่านมาเข้าฝันหลวงปู่กาหลง   ท่านบอกว่า  เราไม่ทิ้งลูกหรอก  บัดนี้ลูกเข้าสู่หนทางแห่งพระอริยะ  เราดีใจนัก     
วัดน้ำพุสามัคคี
บ้านน้ำพุ  หมู่ 2 ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ 67150